พนักงานขาย Sale man
1.ชื่ออาชีพ
พนักงานขาย Sale man
2.ลักษณะของอาชีพ ( การทำงาน )
1.การแสวงหาลูกค้าและการพิจารณาคุณสมบัติของลูกค้า
ลูกค้าผู้คาดหวัง (Prospect) คือบุคคลหรือธุรกิจที่มีโอกาสในการที่จะมาซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนั้นผู้คาดหวังอาจหมายถึงนิติบุคคล สถาบัน หรือบุคคลธรรมดาที่มีคุณสมบัติเพียงพอและมีศักยภาพที่จะมาซื้อสินค้า หรือใช้บริการของกิจการและเมื่อผู้คาดหวังซื้อผลิตภัณฑ์ก็จะเปลี่ยนสภาพมาเป็นลูกค้า
วิธีการแสวงหาลูกค้าผู้คาดหวัง งานแสวงหาลูกค้าผู้คาดหวังจะต้องดำเนินงานอย่างมีหลักเกณฑ์ ต้องมีการเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ที่ขาย และมีการกำหนดแผนงาน รวบรวมรายชื่อลูกค้าผู้คาดหวังอย่างสม่ำเสมอ แหล่งที่มาของรายชื่อลูกค้าผู้คาดหวังมักจะมาจากแหล่งต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
1. การสอบถาม (Inquiries) กิจการเป็นจำนวนมากที่ได้ลูกค้าใหม่จากการที่ลูกค้าเหล่านั้นสอบถามเข้ามาทางบริษัทเอง ซึ่งอาจจะเป็นการติดต่อมาทางจดหมาย โทรศัพท์ หรือติดต่อด้วยตนเอง และส่วนมากจะติดต่อสอบถามมาเนื่องมาจากการโฆษณาของกิจการ หรือจากการได้รับจดหมายตรงหรือแคตตาล็อก
2. โซ่ไม่มีปลาย (Endless Chain Method) ลักษณะของเทคนิคโซ่ไม่มีปลายนี้ จะเป็นการแนะนำต่อๆ ไปของลูกค้าของพนักงานขาย นับเป็นแหล่งที่มาของรายชื่อลูกค้าที่ใหญ่และนิยมใช้มากที่สุดแหล่งหนึ่ง เนืองจากวิธีนี้เป็นลักษณะของการได้รายชื่อลูกค้าอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา โดยการให้ลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเก่าแนะนำรายชื่อเพื่อน หรือคนรู้จักที่มีศักยภาพในการที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ได้ให้แก่พนักงานขาย เหมาะสำหรับใช้กับการขายผลิตภัณฑ์ที่มีราคาต่อหน่วยสูง หรือขายบริการประเภทต่างๆ เช่น ประกันชีวิต เป็นต้น
3. ศูนย์อิทธิพล (Center of Influence Method) วิธีนี้เป็นวิธีที่คล้ายกับโซ่ไม่มีปลาย เพียงแต่ศูนย์อิทธิพลที่พนักงานขายจะติดต่อด้วยนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีอิทธิพลทางด้านความคิดเห็นต่อลูกค้าผู้คาดหวัง ตังอย่างของศูนย์อิทธิพลได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักวิศวกร ครูอาจารย์ บุคคลที่มีชื่อเสียง เป็นต้น เมื่อพนักงานขายสามารถเข้าถึงบุคคลทีเป็นศูนย์อิทธิพลได้ ย่อมนำไปสู่การติดต่อกับบุคคลอื่นได้ และมีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะขายผลิตภัณฑ์นั้นได้
4. งานนิทรรศการและการแสดง (Exhibitions and Demonstration) เป็นการแสวงหาลูกค้าโดยการหาจากประชาชนที่เข้าชมนิทรรศการหรืองานแสดงสนค้าที่จัดขึ้น และได้แสดงความสนใจในผลิตภัณฑ์นั้นๆ เป็นวิธีที่จะได้ลูกค้าคาดหวังที่มีโอกาสเป็นลูกค้าได้ง่าย เนื่องจากพวกเขามีความสนใจเป็นพื้นฐานในผลิตภัณฑ์นั้นอยู่แล้ว
5. รายชื่อ (List) พนักงานขายสามารถหารายชื่อลูกค้าผู้คาดหวังด้วยตนเองได้โดยวิธีการค้นหารายชื่อจากแหล่งต่างๆ เช่น สมุดโทรศัพท์ สมาชิกของสโมสรต่างๆ หนังสืออนุสรณ์ของสถานการศึกษา สมาคมศิษย์เก่า รายชื่อผู้ถือบัตรเครดิตจากสถาบันการเงิน รายงานการประชุมประจำปีของบริษัทต่างๆ เป็นต้น
6. เพื่อนและคนรู้จัก (Friends and Acquaintances) เป็นวิธีที่แสวงหาลูกค้าผู้คาดหวังโดยการขอรายชื่อจากเพื่อน คนคุ้นเคย หรือญาติมิตรของพนักงานขายเอง เป็นแหล่งที่เหมาะสำหรับพนักงานขายที่เพิ่งทำอาชีพการขายใหม่ ที่ยังไม่รู้จักแหล่งอื่นในการหาลูกค้าผู้คาดหวัง ซึ่งมักจะเป็นแหล่งที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี
7. การตระเวนหาลูกค้า (cold-canvass Method) เป็นเทคนิคการแสวงหาลูกค้าที่พนักงานขายบางประเภทนิยมใช้กันอยู่ โดยการตระเวนหาลูกค้าไปตามแหล่งของผู้คาดหวังในเขตที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ โดยไม่มีการสำรวจหรือวางแผนล่วงหน้า พนักงานขายจะไม่มีข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าที่เข้าพบแต่ประการใด และเมื่อลูกค้าผู้คาดหวังคนใดที่ไม่ใช่เป็นผู้ซื้อก็จะถูกคัดออกไป วิธีนี้เหมาะสำหรับการขายผลิตภัณฑ์ง่าย
8. วิธีอื่นๆ (Other Method) ได้แก่ การใช้จดหมายหรือโทรศัพท์ การสังเกตส่วนตัว การค้นหาชื่อจากสื่อมวลชน หรือการใช้วิธีหาข้อมูลจากบุคคลทั่วไป เช่น พนักงานเก็บค่าไฟ บุรุษไปรษณีย์ คนส่งหนังสือพิมพ์ เสมียนพิมพ์ดีด คนเฝ้าลิฟต์ ช่างเสริมสวย เป็นต้น
การพิจารณาคุณสมบัติของลูกค้าผู้คาดหวัง (Qualifying Prospects)การพิจารณาคุณสมบัติของลูกค้าผู้คาดหวัง คือการค้นหาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ของลูกค้าผู้คาดหวังเพิ่มเติมก่อนการเข้าพบ เพื่อพิจารณาว่าลูกค้าผู้คาดหวังนั้น มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา หรือผู้ที่มีคุณสมบัติตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่กำหนดขึ้นมานั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่มาเป็นลูกค้าหรือผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเรา ลูกค้าผู้คาดหวังบางคนเท่านั้นที่จะมีโอกาสมาเป็นลูกค้าของเรา ผู้คาดหวังที่มีคุณสมบัติคือ ลูกค้าผู้ซึ่งมีความสามรถ โดยทั่วไป คุณสมบัติของลูกค้าผู้คาดหวังจะต้องมี คือ
1. มีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่กิจการจำหน่ายอยู่
2. ต้องมีความสามรถในการจ่าย
3. ต้องมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อ
4. ต้องสามารถเข้าไปทำการเสนอขายได้
5. ต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ตรงตามเงื่อนไขที่กิจการกำหนด หรือต้องมีความพร้อมที่จะซื้อ
3.ลักษณะของบุคคลที่เหมาะกับอาชีพ
1. เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
2. เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
3. มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัยสูง มีความอดทน
4. ใจกว้างสามารถรับฟังคำติชมของบุคคลอื่นได้
5. ไม่จำเป็นว่าต้องเรียนจบสูงหรือจบอะไรมาเพราะว่าทุกคนสามารถทำอาชีพนี้ได้
6. มีใจรักในการให้บริการ การขายสินค้า
4. ระดับรายได้
รายได้หลักของพนักงานขายนี้จะเริ่มต้นที่ประมาณ 7,000 – 8,500 บาท และยังจะได้จากค่าคอมมิสชั่น คือ ค่าที่เราขายของได้อีกต่างหากพูดง่ายๆคือเปอเซ็นต์ที่เราต้องได้จากการขายของ
5.วิธีเข้าสู่อาชีพ (การศึกษา, สาขาที่เกี่ยวข้อง, วิชา, วุฒิการศึกษา)
หากเป็นแค่พนักงานขายทั่วไปนั้นไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเพียงแค่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักของกระทรวงศึกษาธิการก็เพียงพอแล้วเพียงแต่เรามีประสบการณ์เราก็สามารถทำงานพนักงานขายได้แล้ว แต่หากว่าเราต้องการทำงานในตำแหน่งที่สูงๆแล้วเราก็จำเป็นต้องจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย ในสาขาวิชา การตลาด ซึ่งเปิดสอนในทุกมหาวิทยาลัย
6.มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เปิดสอน
คณะบริหารและการจัดการ ภาควิชาสาขาการตลาด มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
และมหาวิทยาลัยเกือบทุกแห่งของประเทศไทย
7.ความต้องการของตลาดแรงงาน
ความต้องการของตลาดแรงงานของงานอาชีพนี้นั้นค่อนข้างเยอะเหมือนกันเพราะว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆทุกวันนี้นั้นมีออกมาใหม่ๆเยอะมากมายจนล้นตลาดซึ่งแต่ละอย่างนั้นก็ต้องแข่งขันกันโฆษณาเพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้าของตนนั้นดีกว่าของคนอื่นดังนั้นทางเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นย่อมต้องการบุคคลอาชีพนี้เพื่อที่จะแนะนำหรือขายสินค้าของตนให้ได้มากที่สุด
8.บุคคลตัวอย่างที่ประกอบอาชีพนี้
น.ส.กิตลัดดา หมู่หัวนา
จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา คณะการจัดการ สาขาการตลาดประกอบอาชีพพนักงานขายของตัวแทนจำหน่ายของ TOSHIBA ตั้งแต่จบการศึกษาปริญญาตรี ปัจจุบันมีเงินเดือน 9,500 ยังไม่รวมเงินค่าคอมมิชชั่น หรือค่าจากการที่เราขายของได้ทางบริษัทจะจ่ายเป็นพิเศษให้กับเราตามที่เราขายของทางบริษัทได้
วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)